วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ฟักข้าว (Gac Fruit)

    ฟักข้าวในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์มาก แต่ละสายพันธุ์มีเยิ้อหุ้มเมล็ดมากบ้างน้อยบ้างต่างๆกันไป เช่น บางพันธุ์มีเยิ้อหุ้มเมล็ดมากถึง 144.62 กรัม/ผล , บางพันธุ์มีเยิ้อหุ้มเมล็ดแค่ 41 กรัม/ผล
    ดังนั้น ถ้าจะปลูกไม่คัดเลือกพันธุ์บ้าง ก็อาจจะได้สายพันธุ์ที่มีเยิ้อหุ้มเมล็ด/ผล น้อยก็ได้
    ถ้าสวนที่รับซื้อผลฟักข้าว(เป็นแกนของกลุ่ม) เลือกเลือกพันธุ์ฟักข้าวสายพันธุ์ดีๆที่มีเยิ้อหุ้มเมล็ด/ผลมาก  มาขายหรือแจกจ่ายให้สวนต่างๆในกลุ่มที่นำจะนำผลผลิตมาขาย  ผลดีจะตกแก่ผู้รับซื้อเอง คือใช้เงินเท่าเดิมซื้อได้เยิ้อหุ้มเมล็ดมากขึ้น 
 
การเพาะเมล็ดฟักข้าว ต้องการความชื้น และดินร่วน
ถ้ากล้วลืมหรือไม่มีเวลาลดน้ำบ่อยๆก็ให้
  - กระเทาะเปลือกเมล็ดพอเปือกนอกแตกจะงอกเร็ว (ถ้าไม่กระเทาะเปลือกก็ได้ แต่จะงอกช้าลงหน่อย)
  - นำเมล็ดฟักข้าว ลงปลูกดินร่วน ฝังเมล็ดพอมิด
  - นำผ้าขึ้ริ้วหนาๆหรือใช้ใบไม้(เก่าๆ)คลุม เพื่อให้มีความชื้นนานและสม่ําเสมอ   รดน้ำ 1-2 วันครั้ง(ถ้าเป็นหน้าแล้ง)
  - เมื่อเริ่มแทงหน่ออ่อนๆ  ก็แยกออก นำลงเพาะในถุงชำหรือลงกระถางปลูก  

- ขายเมล็ดฟักข้าวลูกผสม 100 เมล็ด/150 บาท ( 150 เมล็ด/200 บาท   ) {แถมเพื่ม จำนวนหนึ่ง ตามภาวะ}   
-ขายต้นกล้าฟักข้าวลูกผสมราคา  30.-/ต้น
- ต้นแม่ผลรีลูกดก+เกสรผลกลมลูกใหญ่ ได้ลูกเป็นผลกลม เนื้อเยื่อสีแดงเข้ม(เดิมแดงไม่เข้ม)
- ต้นแม่ผลกลมลูกใหญ่+เกสรผลรี   ให้ลูกเป็นผลกลมมีปุ่มหนามเพิ่มขี้นกว่าต้นแม่,ผลคง


-- ต้นกล้าฟักข้าวพันธุ์เวียดนาม(มีจำนวนจำกัด) 50 บาท/ต้น  (ผลมีเยื้อหุ้มเมล็ดหนา)   ต้องสั่งจองส่วงหน้า

- ค่าส่งธรรมดา 40 บาท (ถ้าไม่เกิน 200 เม็ด)
ค่าส่ง EMS  100.-
  ต้นกล้า ค่าส่ง EMS  140.-

ฟักข้าวสุดยอดสมุนไพร


ฟักข้าวเป็นผัก  อุดมไปด้วยไลโคปีน สารต้านมะเร็งที่ทุกคนใฝ่ฝันหา เป็นพืชท้องถิ่นในแถบบ้านเรา กระจายพันธุ์อยู่ในประเทศจีน เวียดนาม ลาว พม่า คนไทยไม่ได้นำฟักข้าวมาบริโภคอย่างแพร่หลาย อาจเพราะต้องระวังการบริโภคเพราะในเมล็ดของฟักข้าวจะมีสารพิษชนิดเมาเบื่อ แต่จะอยู่ในลูกแก่จัดที่มีสีเหลืองแดงแล้วเท่านั้น มีนักวิจัยเริ่มศึกษาสรรพคุณกันอย่างจริงจัง จนพบว่า ไลโคปีน จากฟักข้าว ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากในคุณผู้ชายได้ดี
    ไลโคปีน เป็นสารอาหารมหัศจรรย์ตัวหนึ่งที่มีอานุภาพในการต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้ วงการแพทย์ได้นำสารไลโคปีนใช้ในการรักษาโรค พบว่าลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร รายงานการวิจัย ในประเทศจีน พบว่า โปรตีนจากเมล็ดฟักข้าวสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มประสิทธิภาพ การทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง
    ในประเทศเวียดนาม พบว่า น้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ ประเทศไทย พบโปรตีนในเมล็ดฟักข้าวมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อเอชไอวี หรือเอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง และได้มีการโดยจดสิทธิบัตรในประเทศไทยเป็นที่เรียบแล้ว ประเทศญี่ปุ่น มีการวิจัยพบว่า  โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวช่วยยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ ในหนูทดลอง
    ส่วนที่สำคัญของฟักข้าวที่ให้คุณค่าทางยาสูงอยู่ที่เยื่อหุ้มเมล็ด งานวิจัยของ วว. พบว่า เยื่อหุ้มเมล็ดฟักข้าวมีกรดไขมันสายยาว ที่ช่วยในการดูดซึมเบต้าแคโรทีนไปใช้ประโยชน์ในร่างกายได้
    เยื่อที่หุ้มเมล็ดฟักข้าวมีสารเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) และไลโคปีน (Licopine) สูงกว่าแครอต 20 เท่า และสูงกว่ามะเขือเทศถึง 70 เท่า นอกจากต้านมะเร็งแล้ว ยังช่วยให้ฮีโมโกบินในเลือดเข้มข้นขึ้น ช่วยแก้โรคโลหิตจาง
    ชาวเวียดนามเป็นชาติที่บริโภคลูกฟักข้าวสุกหรือแก๊ก (GAC) ในชีวิตประจำวันมากที่สุด รู้จักนำเยื่อหุ้มเมล็ดแก๊กมาหุงย้อมสีข้าวให้เป็นสีแดงเพื่อใช้รับประทาน ฉลองเทศกาลปีใหม่ งานมงคลสมรส และงานมงคลต่างๆ นอกจากมีวัตถุประสงค์เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งสีแดงแล้ว ยังเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ช่วยลดการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในผู้สูงอายุ ช่วยแก้โรคโลหิตจางและโรคเลือดธาลัสซีเมียในเด็ก รวมทั้งช่วยต้านโรคมะเร็งได้หลายชนิด
    ในตำรับยาไทย ได้กล่าวถึงสรรพคุณส่วนต่างๆ ของฟักข้าวไว้ คือ ใบ ปรุงเป็นยาเขียว ใช้ถอนพิษ ดับพิษทุกชนิด ตำพอกแก้ปวดหลัง ยอด มีเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณที่สูง จึงสามารถใช้รักษา มะเร็ง เมล็ด ใช้บำรุงปอด แก้ท่อน้ำดีอุดตัน และแก้วัณโรค ราก ใช้ต้มดื่ม หรือตากแห้ง บดเป็นผงแล้วปั้นขนาด 0.5 กรัม กินครั้งละ 3-5 เมล็ด ก่อนอาหารเช้า-เย็น ขับเสมหะ ดับพิษไข้ แก้เข้าข้อ ปวดตามข้อ ถอนพิษไข้ นอกจากนี้ หากนำส่วนของรากแช่น้ำ แล้วใช้น้ำสระผม จะช่วยแก้ผมร่วง และฆ่าเหาได้
    ประเพณีชาวล้านนานำรากฟักข้าวผสมกับฝักส้มป่อยใช้ทำน้ำสำหรับรดน้ำดำหัว ผู้ใหญ่ และนำไปใช้เป็นยาสระผม เช่นเดียวกับภูมิปัญญาของประเทศฟิลิปปินส์ ก็ได้มีการนำรากฟักข้าวมาบดแล้วนำไปหมักผม เพื่อช่วยให้ผมดกและยังสามารถกำจัดเหาได้ด้วย
    ด้วยคุณสมบัติอันเลิศด้วยสารไลโคปีนนี้ มีการนำไปผสมกับสมุนไพรและผลไม้อื่นๆ ทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงสายตา บำรุงสุขภาพ และยังมีการพัฒนาไปทำเครื่องสำอางเพื่อลดริ้วรอย
    ในวงการเครื่องสำอางนั้น สารสกัดจากฟักข้าวนับว่ามาแรงติดอันดับหนึ่งในด้านประสิทธิภาพ ในการทำให้ผิวขาวอย่างเป็นธรรมชาติและไร้อันตราย งานวิจัยจากประเทศเยอรมนีแสดงให้เห็นว่าสารสกัดไลโคปีนสามารถป้องกันการเกิด ผิวหนังร้อนแดงได้ ช่วยยับยั้งการดูดซึมยูวี ช่วยปกป้องผิวไม่ให้เกิดความเสียหายจากแสงยูวี

   ส่วนเนื้อของฟักข้าวก็มีสารต่างๆ โดดเด่นไม่น้อย เมื่อเทียบกับเยื้อหุ้นเมล็ด
เพราะฉะนั้นสามารถนำมาใช้ได้แทบทุกส่วนเลย
   ข้อมูลจากงานวืจัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยหรือ (วว.)  ดูเพิ่มเติมจาก link ของ วว.  ด้านล่าง

( คู่หูคู่วิทย์2 ตอน สารสกัดฟักข้าว งานวิจัยเพื่อคนอยาก(หน้า)เด็ก  เผยแพร่เมื่อ 30 ม.ค. 2014)

http://www.youtube.com/watch?v=O4kmZgttSb0

http://www.youtube.com/watch?v=UkOKFx5Ovr4




Link  วิธีเพาะ

http://www.bansuanporpeang.com/blog/9189 


Link แจกเมล็ดฟรี

 http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=87027.0


Link ชมสวนฟักข้าวคุณพรชัย

http://www.youtube.com/watch?v=ofTaGyF0Dco

วืธีขุดหลุมปลูกให้ต้นไม้เจริญงอกงามและจะมีผลผลิตดี โดยคุณวโรชา


http://www.youtube.com/watch?v=ARGwuwLOuJU

Link ข้อมูลฟักข้าวเวียดนาม 
http://www.youtube.com/watch?v=eQN1KaRvpCQ


http://www.youtube.com/watch?v=6JAc6sKTrLU



ผลนี้เป็นฟักข้าวพันธุ์เวียดนาม

                                              ฟักข้าววียดนามพันธุ์นี้ กำลังจะหาเมล็ดมาทดลองปลูก 
                                               

                                     















 2 ลูกซ้ายพันธุ์เดิม  ทางขวาเป็นลูกผสมแม่ผลกลม







UPDATE   05/04./14

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น